Archive | บทความทั่วไป

Tags: ,

คำแปลบทโศลกสรรเสริญธรรมบาล ๒๔ พระองค์


คำแปลบทโศลกสรรเสริญธรรมบาล ๒๔ พระองค์
ใน 諸天菩薩功行懺
พระวิศวภัทร เซี่ยเกี๊ยก (釋聖傑) …แปล (พ.ศ.๒๕๕๒)
……………………………………………………………………………….
ที่ประชุมแห่งพระตถาคตเจ้าประกอบไปด้วยเทพยดาทั้งหลาย
ที่สถิตอยู่ทั่วทั้งตรีสหัสมหาโลกธาตุ
เทพเหล่านั้นล้วนปฏิญาณว่าจะช่วยเหลือมนุษย์ให้ได้รับแต่สิ่งดีงาม
อันมณฑลพิธีที่จัดตั้งขึ้นนี้ ก็ยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณ

ฤทธานุภาพของธรรมบาลทั้งหลายเป็นมหาอภิญญา
บำราบมารที่เห็นผิดให้เห็นชอบ
ได้เสด็จไปทั่วสวรรค์และโลกมนุษย์เพื่อเผยแผ่ธรรม
ขอให้เทพทั้งหลายโปรดคุ้มครองมณฑลพิธีนี้ด้วยเทอญ

๑. ขอน้อมอัญเชิญ ท่านท้าวกุศลบดีจอมเทพ ผู้ยิ่งด้วยคุณธรรมบารมี
ท่านได้สั่งสมกุศลมาแล้ว ๘๐ ชาติ
หากสรรพสัตว์มีความปรารถนาที่ดีงาม ก็จะช่วยให้สัมฤทธิ์ผล
จนถึงช่วยเกื้อหนุนให้สำเร็จพระโพธิญาน

ดาวน์โหลดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ข้างล่าง




Posted in บทความทั่วไปComments (0)

Tags: ,

ความเป็นมาของบทคาถาเดินเวียนธูป


ความเป็นมาของบทคาถาเดินเวียนธูปของมหายาน
พระวิศวภัทร…เขียน
****************************
พุทธศาสนิกชนทุกท่านที่เคยเดินเวียนธูป ย่อมจะคุ้นเคยกับพระคาถาบทที่ชื่อว่า
“พระไภษัชยคุรุอภิเษก”(藥師灌頂眞言) หรือ “นำ มอ ปอ แค…” กันเป็นอย่างดี ซึ่ง
อาจเรียกได้ว่าเป็นคาถาที่นิยมนำมาสวดในงานมงคลพิธีต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงควรมีความรู้ความ
เข้าใจในความเป็นมาและความหมายของพระคาถาบทนี้ด้วย จึงจะถือว่าเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการภาวนาสูงสุด ไม่ใช่แค่เป็นเพียงเสียงเพลงเพื่อความไพเราะเท่านั้น

ในพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตปูรวปณิธานสูตร (藥師琉璃光如
來本願功德經) กล่าวว่า สมัยหนึ่งพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ ได้กราบทูลต่อพระพุทธเจ้าว่า
ขอให้พระองค์โปรดตรัสแสดงพระนาม,พระมหาปณิธานของพระพุทธเจ้าพระองค์อื่นๆ และผล
บุญกุศลที่พึงได้รับจากการบูชาพระพุทธเจ้าเหล่านั้น เพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งหลายได้น้อมรับปฏิบัติต่อไป เพื่อความสุขสบายในโลกนี้และโลกหน้าด้วยเทอญ ฯลฯ ครั้งแล้วพระพุทธองค์จึงทรงมีพุทธดำรัสว่า ในทิศตะวันออกของโลกที่เราอยู่นี้ ห่างออกไปไกลแสนไกลมีดินแดนแห่งหนึ่งชื่อว่า “ศุทธิไวฑูรย์” มีพระพุทธเจ้าประทับอยู่พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า “พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต” ซึ่งขณะนี้ก็ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่

กล่าวว่าในสมัยที่พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ยังทรงบำเพ็ญบารมีเป็นพระ
บรมโพธิสัตว์อยู่นั้น ได้ทรงตั้งมหาปณิธานไว้ ๑๒ ประการเพื่อปลดเปลื้องทุกขเวทนาของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังนี้

ดาวน์โหลดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ข้างล่าง




Posted in บทความทั่วไปComments (0)

Tags: , , ,

ประวัติพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ของมหายาน


พระศากยมุนีพุทธเจ้า (本師釋迦牟尼佛)

๑. พระศากยมุนีพุทธเจ้า (本師釋迦牟尼佛)
พระศากยมุนีพุทธเจ้า ของทางฝ่ายมหายานออกเสียงพระนามทับศัพท์ว่า เสก เกีย(釋迦)
คือ ศากยะ และ เมา นี( 牟尼) คือ มุนี รวมเป็นศากยมุนี ซึ่งก็คือพระมหาสมณโคดม หรือเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ประสูติในสวนลุมพินีวัน ประเทศอินเดีย(ปัจจุบันอยู่ในอาณาเขตของประเทศเนปาล) ตรัสรู้ใต้ร่มโพธิพฤกษ์ ริมแม่น้ำเนรัญชรา(พุทธคยา) และเสด็จดับขันธ์สู่ห้วงมหาปรินิพพานใต้ควงไม้สาละ ที่เมืองกุสินาราพระองค์เดียวกันกับพระพุทธเจ้าทางฝ่ายเถรวาทเรา พระองค์ทรงประกาศพระศาสนาเพื่อยังประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง ซึ่งพอจะสรุปคำสอนได้ว่า “การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ ธรรม ๓ อย่างนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย” พระพุทธองค์ทรงยังประโยชน์และตรัสแสดงพระธรรมเทศนาแบ่งเป็น ๓หมวด หรือพระไตรปิฏกอันมี ๑.พระวินัยปิฏก ๒.พระอภิธรรมปิฏก และ ๓.พระสุตตันตปิฏก(พระสูตร) แบ่งย่อยเป็นข้อธรรม ๘๔,๐๐๐ หมวดด้วยกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นอุบายธรรมที่ใช้ขัดเกลาสรรพสัตว์ที่เหมาะสมแต่ละบุคคล

ดาวน์โหลดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ข้างล่าง




Posted in บทความทั่วไปComments (0)

Tags: , , ,

ทศมหาปณิธานของพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ จริยาวัตรแม่บทของโพธิสัตว์ในยุคปัจจุบัน


พระสูตรของฝ่ายมหายานนั้น มีอวตังสกะสูตรเป็นเอก เมื่อพระศากยมุนีพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้ว ขณะทรงประทับนั่งเสวยวิมุตติสุข บรรดาโพธิสัตว์ทั้งหลายก็ได้มาสรรเสริญ ธรรมธาตุกายภาวะของพระองค์ อวตังสกะสูตรนี้จึงถือเป็นสูตรแรกและสูตรใหญ่ของมหายาน

ชื่อพระสูตรนี้ในภาษาจีนคือ 大方廣佛華嚴經 คำว่า 大 หมายถึง ธรรมธาตุกาย คือพระไวโรจนพุทธเจ้า , คำว่า方 หมายถึง สัมโภคกาย คือพระโลจนพุทธเจ้า ,และ廣 หมายถึง นิรมาณกาย คือพระศากยมุนีพุทธเจ้า ดังนั้น พระสูตรนี้จึงรวบรวมไว้ซึ่งตรีกาย(大,方,廣)ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตรีกายนี้คือผลแห่งความเป็นพุทธะ เมื่อผลไม่ไกลจากเหตุ และเหตุคือการปฏิบัติจริยาทั้งปวงที่นำไปสู่ผลคือพุทธภูมิได้เช่นกัน จึงเรียกว่า 華 หมายถึงดอกไม้ ที่ร้อยกันเป็นพวง คือ ความที่เหตุและผลเป็นปัจจัยเกี่ยวเนื่องกัน และเพราะคุณแห่งตรีกายและความสืบเนื่องของเหตุปัจจัยไม่มีประมาณ มีความยิ่งใหญ่ไพศาลจึงเรียก 嚴 หมายถึงความอลังการ สูตรนี้จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า 華嚴 หรือ อวตังสกะ หรือดอกไม้ที่เรียงร้อยกันเป็นพวง

ดาวน์โหลดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ข้างล่าง




Posted in บทความทั่วไปComments (0)

Tags: , ,

พระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์ ยอดแห่งปณิธาน


บันทึกการสนทนาของ..พระวิศวภัทร เซี่ยเกี๊ยก
คืนวันมาฆบูชา (28 กุมภาพันธ์ 2553)

หลังจากที่พระศากยมุนีพุทธเจ้าทรงดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว และพระเมตไตรยพุทธเจ้ายังมิ
เสด็จมาตรัสรู้ สรรพสัตว์ดุจว่าไร้ซึ่งที่พึ่ง แล้วใครเล่าที่ที่รับภาระแบกรับสรรพสัตว์ในชมพูทวีปต่อจากพระศากยมุนีพุทธเจ้า ซึ่งก็คือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ พระศาสดาทรงมอบพวกเราให้กับพระกษิติครรภ์ ดังนั้นพวกเราจึงต้องรู้จักและเข้าใจพระโพธิสัตว์องค์นี้ เพราะด้วยความรู้จักและเข้าใจจึงทำให้เกิดความศรัทธา สิ่งแรกจะต้องรู้จักความหมายของคำว่า “กษิติครรภ์” เสียก่อน คำว่า “กษิติ” (地)คือ แผ่นดิน ความหมายของดินตามพระนามของพระโพธิสัตว์คือ สงบขันติประดุจมหาปฐพี 「安忍不動,猶如大地。」และคำว่า “ครรภ์” (藏) คือลุ่มลึกประดุจคลัง 「靜慮深密,猶如秘藏。」

ดาวน์โหลดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ข้างล่าง




Posted in บทความทั่วไปComments (0)

Tags: ,

มหาปณิธาน ๔๘ ประการ ของพระอมิตาภะพุทธเจ้า


ตามคัมภีร์มหาสุขาวตี หรืออมิตายุสสูตร (ฉบับพระสังฆวรมัน) ได้บรรยายพระมหา
ปณิธานของพระอมิตาภะพุทธเจ้า ที่เคยทรงประกาศไว้เฉพาะเบื้องพระพักตร์แห่งพระโลเกศวรราชาพุทธเจ้าตอนเสวยพระชาติเป็นธรรมากรภิกษุทั้ง ๔๘ ประการดังนี้

๑. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากในโลกธาตุของเราหากมีนรก เปรต เดรัจฉานแล้วไซร้
เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๒. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุ(๑) ภายหลังที่สิ้นชีพลงแล้ว
ยังตกสู่อบายภูมิทั้ง ๓ อีกไซร้ ก็จักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ทั้งหมดในโลกธาตุมิได้มีรูปกายดั่ง
สุวรรณบริสุทธิ์แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน
ยังมีศุภลักษณ์และอัปลักษณ์อยู่ไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๕. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุไร้ซึ่งบุพเพนิวาสานุสติญาณ
มิสามารถล่วงรู้ย้อนไปอย่างน้อยร้อยพันโกฏินยุตะ(๒)กัลป์ได้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๖. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุมิอาจบรรลุถึงทิพยจักษุ
แล้วแลเห็นพุทธประเทศต่างๆจำนวนอย่างน้อยร้อยพันโกฏินยุตะได้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๗. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุมิอาจบรรลุถึงทิพยโสต ได้
สดับในพระพุทธวัจนะทั้งปวงจำนวนอย่างน้อยร้อยพันโกฏินยุตะได้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๘. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุมิอาจบรรลุถึงเจโตปริย
ญาณ ได้ล่วงรู้ถึงความระลึกแห่งจิตของสรรพสัตว์ในพุทธประเทศจำนวนอย่างน้อยร้อยพันโกฏินยุตะได้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

(๑) ที่ในโลกธาตุของพระอมิตาภะมีแต่เทวดา และมนุษย์ หมายความว่าในโลกธาตุนั้นไร้ซึ่งอบายภูมิ
(๒) นยุตะ คือเลข ๑ มีศูนย์ตาม สี่สิบสองตัว หรือหนึ่งพันล้านล้าน ในที่นี้คือ(หนึ่งร้อยพัน) พันล้านล้านโกฏิ

๙. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุมิอาจบรรลุถึงอภิญญาฤทธิ์
โดยในชั่วขณะหนึ่งหากมิสามารถผ่านล่วงบรรดาพุทธประเทศจำนวนอย่างน้อยร้อยพันโกฏินยุตะได้แล้วไซร้เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๑๐. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุเกิดสัญญาความยึดมั่น
ยังละโมบมีแผนการณ์เพื่อสังขารแห่งตนแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๑๑. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุมิอาจธำรงมั่นในสมาธิ
ตราบถึงพระนิพพานได้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๑๒. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากรัศมีประภาสถูกจำกัดขอบเขตปริมาณ มิอาจฉายส่อง
ไปยังพุทธประเทศจำนวนอย่างน้อยร้อยพันโกฏินยุตะแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๑๓. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากอายุกาลถูกจำกัดขอบเขตปริมาณ อยู่น้อยกว่าร้อยพัน
โกฏินยุตะกัลป์แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๑๔. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากสามารถคณนาซึ่งปริมาณของบรรดาสาวกในโลกธาตุ
ได้ ฤๅสามารถคณนาถึงปริมาณสรรพสัตว์ในตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุที่ล้วนได้สำเร็จเป็นปัจเจกโพธิ หากด้วยอาศัยระยะเวลาหนึ่งร้อยกัลป์ในการคำนวณนับจนสามารถทราบถึงจำนวนทั้งหมดนั้นได้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๑๕. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุไร้ซึ่งอายุกาลที่มิอาจ
ประมาณได้ เว้นเสียแต่เป็นปณิธานที่จักย่นอายุกาลของตนเอง (เพื่อนิพพาน) เท่านั้น หากมิเป็นเช่นนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๑๖. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุ ยังได้สดับยลยินถึงนาม
ของอกุศลอยู่ไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๑๗. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากบรรดาพระพุทธเจ้าจำนวนอนันตะในทศทิศโลกธาตุ
มิได้สรรเสริญสดุดีในนามของเราอย่างอุโฆษเลื่องลือแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๑๘. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากสรรพสัตว์ในทศทิศ ที่ยินดีในศรัทธาด้วยความเป็น
ที่สุดแห่งใจ ปรารถนาอุบัติยังโลกธาตุของเรา แม้นกระทั่งได้ระลึกถึงเรา ๑๐ วาระ(๓)แล้วมิได้ไปถืออุบัติแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ เว้นเพียงแต่ผู้ก่ออนันตริยกรรม และผู้ทำลายพระสัทธรรม

๑๙. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากสรรพสัตว์ในทศทิศได้บังเกิดมีโพธิจิต ได้บำเพ็ญซึ่ง
สรรพกุศลมีปณิธานมุ่งมั่นยิ่งเป็นที่สุดแห่งใจ ปรารถนาไปอุบัติยังโลกธาตุของเรา แลเมื่อคราวายชนม์แล้ว สมมติว่าเราและบรรดามหาชนผู้แวดล้อมมิอาจไปปรากฏกายเบื้องหน้าของผู้นั้นได้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

(๓) ตามอรรถกถา กล่าวว่า การระลึก 10 ครั้ง คือ การระลึกถึงด้วยการภาวนาพระพุทธนามชั่วระยะลมหายใจครั้งหนึ่ง ถือเป็นหนึ่งครั้ง ซึ่งช่วงลมหายใจของแต่ละบุคคลสั้นยาวไม่เท่ากัน ก็ถือเป็นหนึ่งช่วงลมหายใจได้

๒๐. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากสรรพสัตว์ในทศทิศได้สดับนามของเรา มีจิตพันผูก
ระลึกถึงโลกธาตุของเรา เป็นผู้สั่งสมไว้ซึ่งกุศลมูลทั้งปวง แล้วมีจิตอุทิศเพื่อมุ่งไปอุบัติยังโลกธาตุของเราด้วยความเป็นที่สุดแห่งใจ หากมิอาจสำเร็จซึ่งผลนั้นแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๒๑. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุ มิได้สำเร็จบริบูรณ์
ในทวัตติงสมหาบุรุษลักษณะทั้ง ๓๒ ประการแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๒๒. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาคณะโพธิสัตว์ทั้งปวงจากพุทธเกษตรอื่นๆ ที่มาถือ
อุบัติยังโลกธาตุของเรานั้น หากเป็นเอกชาติปฏิพันธ์โพธิสัตว์(๔)แล้วไซร้(เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ)(๕) เว้นแต่จักเป็นผู้ที่มีมูลปณิธานดั้งเดิมของตนที่ยังจะสั่งสอนสรรพสัตว์ต่อไปเป็นเหตุ แลด้วยความตั้งใจนั้น อันเป็นคุณธรรมมูลฐานที่ตนได้สั่งสมไว้ด้วยความเหนื่อยยาก ในการโปรดสรรพสัตว์ให้หลุดพ้น เพื่อท่องเที่ยวไปในพุทธเกษตรทั้งปวงเพื่อบำเพ็ญโพธิสัตวจริยา เพื่อถวายสักการบูชาพระพุทธตถาคตเจ้าในทศทิศทั้งปวง เพื่ออนุศาสน์สอนสั่งสรรพสัตว์จำนวนอเนกอนันต์เท่าเม็ดทรายของคงคานทีหลวง เพื่อได้ตั้งมั่นในอนุตรสัมมาสัตยมรรคแล้วได้ก้าวพ้นออกจากจริยาแห่งภูมิทั้งปวง ได้ปรากฏสำแดงว่าได้บำเพ็ญซึ่ง
คุณธรรมแห่งพระสมันตภัทร หากมิเป็นเช่นนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๒๓. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว โพธิสัตว์ในโลกธาตุหากด้วยอาศัยพุทธานุภาพในการ
ถวายสักการบูชาพระพุทธเจ้าทั้งปวง แม้นในชั่วขณะภัตรกิจคราวเดียว หากมิอาจ(ถวายสักการะ)ไปได้ถ้วนทั่วถึงพุทธเกษตรจำนวนอสงไขยอนันตโกฏินยุตะแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๒๔. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว โพธิสัตว์ในโลกธาตุหากแม้นเมื่ออยู่เฉพาะพระพุทธพักตร์
แล้ว ก็ย่อมจักสำแดงซึ่งการปลูกฝังกุศลมูล อันเครื่องสักการะบรรดาที่ต้องการใช้บูชานั้น หากมิสามารถได้ดั่งสมประสงค์แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๒๕. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว โพธิสัตว์ในโลกธาตุหากมิอาจกล่าวแสดง(ธรรม)ด้วยความ
เป็นสัพพัญญู(รู้แจ้งในสรรพสิ่งทั้งปวง)แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๒๖. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว โพธิสัตว์ในโลกธาตุหากมิได้บรรลุถึงวัชรนารายณกาย๖
แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

(๔) โพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีจะครบถ้วนบริบูรณ์ และเกี่ยวพันธ์กับการเกิดอีกเพียงชาติเดียวก็จะได้สำเร็จพุทธญาณ
(๕) มีความหมายคือ โพธิสัตว์ผู้ไปอุบัติยังแดนสุขาวดีนั้น จะไม่ต้องเกิดแม้นอีกเพียงครั้ง จะได้สดับฟังพระธรรมเทศนาและบำเพ็ญจนได้
หลุดพ้นในชาติที่ได้มาอุบัติยังแดนสุขาวดีนั้นเลย หรือกล่าวว่าชาติที่โพธิสัตว์นั้นไปอุบัติยังแดนสุขาวดีเป็นชาติสุดท้ายไม่ต้องเกิดอีก
(๖) หมายถึง กายที่แข็งแกร่งประดุจเพชร(วัชระ) และมีความงามดุจองค์นารายณ์

๒๗. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว เทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุหากในบรรดาสรรพสิ่งทั้งปวง
อันบริสุทธิ์อลังการและสว่างสุกใส มีรูปลักษณ์อันวิเศษพิศดาร วิจิตรประณีตบรรจงซึ่งมิอาจกล่าวถึงปริมาณได้ แม้นบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายนั้นจักได้บรรลุซึ่งทิพยจักษุแล้ว หากสามารถล่วงรู้ถึงนามและนับจำนวน(ของสรรพสิ่งอันวิเศษในโลกธาตุ)ได้หมดสิ้นแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๒๘. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว โพธิสัตว์ในโลกธาตุตราบถึงผู้ที่มีกุศลน้อย มิอาจได้รู้แล
ได้ประสบซึ่งโพธิพฤกษ์(แห่งตน) ว่ามีประภาวรรณะจำนวนอเนกอนันต์ และมีความสูงถึงสี่ล้านลี้(๗)แล้วไซร้เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๒๙. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว โพธิสัตว์ในโลกธาตุหากสาธยายพระธรรมสูตร อ่านท่อง
กล่าวแสดงแล้ว หากมิได้บรรลุซึ่งปฏิภาณแลปัญญาญาณแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓๐. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว โพธิสัตว์ในโลกธาตุหากมีปัญญาญาณแลปฏิภาณที่อาจ
หยั่งวัดถึงขอบเขตปริมาณได้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓๑. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว อันความบริสุทธิ์แห่งโลกธาตุจักฉายส่องโชติช่วงไปยัง
บรรดาพุทธเกษตรจำนวนอสงไขย จำนวนอนันต์ จำนวนอจินไตยในทศทิศโดยทั่ว ประดุจกระจกที่สว่างใสที่ฉายส่องอยู่ตรงหน้า หากมิดุจฉะนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓๒. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว อันพื้นพสุธาขึ้นไปเบื้องบนจรดความว่างเปล่าแห่งอากาศ
พระตำหนักมณเฑียรสถาน พระวิหารแลหอทัศนา สระโบกขรณี พฤกษาแลมาลี อีกสรรพสิ่งบรรดามีในโลกธาตุ ให้ล้วนสำเร็จจากรัตนชาตินานาชนิดและเครื่องสุคนธานับร้อยพันประการมิมีประมาณ ซึ่งประกอบตบแต่งกันอย่างอลังการและวิจิตรพิศดารยิ่งกว่าของเทพยดาทั้งปวง อันกลิ่นสุรภีคันธมาลย์นั้นหอมหวนโชยระรื่นไปยังโลกธาตุทั่วทศทิศ โพธิสัตว์ผู้ได้สูดดมแล้ว ย่อมล้วนบำเพ็ญในพุทธจริยา หากมิเป็นดังประการนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓๓. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาสรรพสัตว์หลากสายพันธุ์ในพุทธเกษตรทั้งหลายที่
มีจำนวนอจินไตยและหาประมาณมิได้ตลอดทั้งทศทิศนั้น เมื่อผู้ที่กายนั้นได้สัมผัสต้องกับประภารัศมีแห่งเราแล้ว กายแลจิตจักได้อ่อนโยนยิ่งกว่าเทพและมนุษย์ หากมิได้เป็นเช่นนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓๔. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาสรรพสัตว์หลากสายพันธุ์ในพุทธเกษตรทั้งหลายที่
มีจำนวนอจินไตยและหาประมาณมิได้ตลอดทั้งทศทิศนั้น เมื่อได้สดับนามของเรา แล้วมิได้บรรลุในอนุตปตติก ธรรมกษานติ(๘) และธารณีอันคัมภีรภาพทั้งปวงแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

(๗) ลี้ เป็นชื่อมาตราวัดของจีน 1 ลี้ ยาวเท่ากับ ๕๕๕.๕๕๕๕๕…เมตร
(๘) ความอดทน ๓ ประการ มี ๑) โฆษานคต-ธรม-กษานติ คือ ความอดทนต่อเสียงดังต่างๆ โดยพิจารณาว่าเป็นของไม่เที่ยงแท้ถาวร ๒) อนุโลมิกี-ธรม-กษานติ คือ ความอดทนที่จะปฏิบัติอนุโลมตามธรรม ๓) อนุตปตติก-ธรม-กษานติ คือ ความอดทนในความปลงใจเชื่อในธรรมที่ไม่เกิดอีกต่อไป

๓๕. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาพุทธเกษตรทั้งหลายที่มีจำนวนอจินไตยและหา
ประมาณมิได้ตลอดทั้งทศทิศนั้น ภายในนั้นหากจักมีอิสตรีที่ได้สดับนามของเรา แล้วปีติยินดีศรัทธาปสาทะได้บังเกิดโพธิจิต เอือมระอาอย่างหนักหนาในสตรีกาย เมื่อหลังจากชีวาดับสิ้นแล้วยังมีรูปลักษณ์เป็นสตรีอีกไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓๖. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาโพธิสัตว์ในพุทธเกษตรทั้งหลายที่มีจำนวนอจินไตย
และหาประมาณมิได้ตลอดทั้งทศทิศนั้น เมื่อได้สดับนามของเรา แลเมื่อภายหลังที่วายชนม์แล้ว ย่อมจักบำเพ็ญในพรหมจริยาวัตรโดยนิจศิล ตราบจนสำเร็จพุทธมรรค หากมิได้เป็นเช่นนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓๗. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาประชากรชาวสวรรค์และมนุษย์ในพุทธเกษตร
ทั้งหลายที่มีจำนวนอจินไตยและหาประมาณมิได้ตลอดทั้งทศทิศนั้น เมื่อได้สดับนามของเรา แล้วจักกระทำเบญจางคประดิษฐ์อภิวาทนมัสการ จิตบังเกิดความปีติยินดีน้อมใจศรัทธา ได้มาบำเพ็ญในโพธิสัตวจริยาแล้ว อันบรรดาเทพแลมนุษย์โลกทั้งหลายจักมินอบน้อมยำเกรง(แก่ผู้ที่อภิวาทนมัสการนั้น)ก็หาไม่ หากมิเป็นดังประการฉะนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓๘. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุ เมื่อต้องการพัสตรา
ภรณ์แพรพรรณก็ย่อมได้ตามความระลึกนั้น ประดุจที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญในเครื่องนุ่งห่มอันเลิศที่สมธรรม อันจักอยู่บนกายได้เอง หากมีการย้อม เย็บ ซักและตากอยู่แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๓๙. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว หากบรรดาเทวดาและมนุษย์ในโลกธาตุ ได้เสวยซึ่ง
ความสุขสวัสดีทั้งปวง มิดั่งเช่นภิกษุผู้เป็นพระขีณาสพผู้ปราศจากกิเลสาสวะแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔๐. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว โพธิสัตว์ในโลกธาตุ เมื่อปรารถนาจักทอดทัศนาความวิ
สุทธิอลังการของพุทธเกษตรต่างๆจำนวนไม่มีประมาณในทศทิศ ใน เพลานั้นย่อมจักได้สมดังมโนรถ ด้วยในรัตนพฤกษ์ล้วนจักสำแดงปรากฏให้เห็นได้ ประดุจคันฉ่องสะอาดใสยังให้ประจักษ์อยู่เบื้องหน้า หากมิได้เป็นเช่นนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔๑. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาโพธิสัตว์ในโลกธาตุแดนอื่น เมื่อได้สดับนามของเรา
แล้ว ตราบจนได้บรรลุความเป็นพระพุทธะ (ในระหว่างนั้น)หากสรรพอินทรีย์เกิดอัปลักษณ์มิสมประกอบบริบูรณ์แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔๒. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาโพธิสัตว์ในโลกธาตุแดนอื่น เมื่อได้สดับนามของเรา
แล้ว ให้ล้วนบรรลุถึงวิสุทธิวิมุตติสมาธิ(๙) เมื่อดำรงในสมาธินี้แล้ว ในชั่วขณะหนึ่งจักสามารถถวายสักการะบรรดาพระพุทธโลกนาถเจ้าทั้งหลายจำนวนอนันตอสงไขยได้ โดยจิตมิบกพร่องในสมาธินี้ หากมิเป็นดังประการนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔๓. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาโพธิสัตว์ในโลกธาตุแดนอื่น เมื่อได้สดับนามของเรา
แลเมื่อวายชนม์แล้วในภายหลัง จักได้ไปบังเกิดยังตระกูลที่สูงส่ง หากมิเป็นเช่นนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔๔. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาโพธิสัตว์ในโลกธาตุแดนอื่น เมื่อได้สดับนามของเรา
แล้ว ให้เกิดอุเพงคาปีติจนโลมาลุกชัน ได้บำเพ็ญโพธิสัตวจริยา สมบูรณ์พร้อมในพีชะแห่งคุณธรรม หากมิประดุจฉะนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔๕. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาโพธิสัตว์ในโลกธาตุแดนอื่น เมื่อได้สดับนามของเรา
แล้ว ล้วนแต่บรรลุในสมันตนุคตสมาธิ เมื่อดำรงในสมาธินี้แล้ว ตราบจนได้สำเร็จความเป็นพระพุทธะ ย่อมจักได้ประสบกับบรรดาพระพุทธเจ้าจำนวนอนันตอสงไขยทั้งปวงโดยนิจศิล หากมิเป็นไปดังเช่นนี้แล้วไซร้เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔๖. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว โพธิสัตว์ในโลกธาตุ ย่อมจักได้สดับพระธรรมกถาตามใจ
ปรารถนา โดยจักได้สดับเฉพาะตน หากมิประดุจเช่นนี้แล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔๗. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาโพธิสัตว์ในโลกธาตุแดนอื่น เมื่อได้สดับนามของเรา
แล้ว ยังเป็นผู้ที่มิบรรลุซึ่งความมิเสื่อมถอยย้อนกลับแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ

๔๘. เพื่อการเป็นพระพุทธะแล้ว บรรดาโพธิสัตว์ในโลกธาตุแดนอื่น เมื่อได้สดับนามของเรา
แล้ว ยังมิบรรลุในธรรมกษานติ(๑๐)ประการที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ แลในสรรพพุทธธรรม มิสามารถบรรลุถึงความเป็นผู้มิเสื่อมถอยย้อนกลับแล้วไซร้ เราจักมิขอสำเร็จพระสัมโพธิญาณ ด้วยประการฉะนี้แล

(๙) ข้าพเจ้าแปลตามศัพท์ภาษาจีนแบบตรงตัว แต่ในสันสกฤตว่า สุวิภักตวตี (Suvibhakavati)
(๑๐) ดูความหมายของ ธรรมกษานติ ในเชิงอรรถที่ ๑๓

ดาวน์โหลดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ข้างล่าง




Posted in บทความทั่วไปComments (0)

Tags: ,

พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า


เจริญพร สาธุชนทุกท่าน วันนี้ถือเป็นวันมงคลอย่างยิ่ง เพราะเป็นวันที่คนหลายคนจะมีความสุข เหมือนกับการได้มีชีวิตใหม่ มีชีวิตที่ดีขึ้น จึงทำให้มีความสุขยิ่งขึ้น เพราะชีวิตความเป็นอยู่มีความปกติสุขยิ่งขึ้น ความทุกข์ทางกายเมื่อลดลง ความทุกข์ทางใจจึงลดลงไปด้วย

การเสียสละกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังทรัพย์ ในการช่วยเหลือผู้ขาดแขนขาของท่านทั้งหลายในครั้งนี้ สอดคล้องตาม ความตั้งใจ หรือมหาปณิธานของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ออกเสียงอย่างสันสกฤตว่า พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระนามเต็มว่า พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต ญี่ปุ่นเรียก “ยากูชิ” ธิเบตเรียก “ซังเกแมงลา” อังกฤษว่า “เมคดิซีน บุดดา” ท่านที่มีส่วนร่วมทั้งหลายจึงชื่อว่าเป็น “โพธิสัตว์ที่กำลังบำเพ็ญบารมี ผู้เดินตามรอยพระบาทพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า”

ดาวน์โหลดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ข้างล่าง




Posted in บทความทั่วไปComments (0)

Tags: , ,

พระพุทธเจ้าฝ่ายมหายาน


อันพระพุทธเจ้าในตรีกาล คืออดีต ปัจจุบัน และอนาคตของนิกายมหายาน(อาจาริยวาท) หรือพระพุทธศาสนานิกายฝ่ายเหนือนั้น มีการเปรียบเทียบจำนวนไว้ในพระสูตรต่างๆ ว่ามีจำนวนเท่ากับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาบ้าง เท่ากับละอองธุลีที่มีอยู่จำนวนมากมายในโลกธาตุต่างๆบ้าง หรือใช้จำนวนนับที่เรียกว่า “สังขยา” จำนวนมากที่หากคำนวณแล้วจะพบว่ามีเลขศูนย์ต่อท้ายหลายสิบตัว ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อให้ทราบว่ามีจำนวนมากมายสุดจะคณานับพรรณนา และพระพุทธประวัติ พระพุทธบารมีคุณที่พระพุทธเจ้าทั้งปวงทรงสั่งสมมานั้น แม้จักนำเอาน้ำในมหาสมุทรทั้งโลกมาเป็นหมึก และนำผืนฟ้าและแผ่นดินมาเป็นกระดาษก็มิอาจพรรณนาได้สิ้น อาตมาด้วยอาศัยเจตนาและศรัทธาบริสุทธิ์ บังอาจแปลและเรียบเรียงสุดกำลังของผู้ด้อยปัญญานี้หวังถ่ายทอดพระพุทธคุณอันเป็นอจินไตย เพื่อปรารถนาถวายเป็นเครื่องสักการะแด่พระพุทธเจ้าทั้งปวงเหล่านั้น และเป็นประโยชน์แก่ผู้ใคร่ธรรมทั้งปวง ดังที่จะปรากฏต่อไปนี้…

ดาวน์โหลดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ข้างล่าง




Posted in บทความทั่วไปComments (0)

  • Popular
  • Latest
  • Comments
  • Tags
  • Subscribe
  • None found
Advertise Here

จำนวนผู้เข้าชม

จำนวนผู้เข้าชมขณะนี้: 0
จำนวนผู้เข้าชมที่ Login: 0
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้: 43
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด: 2817

Login



เพลง Dizang Pusa